ต้อลม (Pinguecula) เป็นโรคที่เกิดจากการถูกลมโกรกตาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งลมในที่นี้จะหอบเอาฝุ่นละออง ไอความร้อน และรังสีอัลตราไวโอเลตติดมากระทบตาด้วย เมื่อเกิดติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ก็จะเป็นผลทำให้เนื้อเยื่อที่ถูกกระทบเป็นก้อนนูนขึ้นมาบนเยื่อตาขาวใกล้ ๆ กับขอบตาดำ วันดีคืนดีก็อาจเกิดการอักเสบได้ และหากไม่ได้รับการป้องกันอย่างถูกต้องอาจมีการลุกลามขยายขนาดใหญ่ขึ้นกลายเป็นแผ่นเนื้อยื่นเข้ามาในบริเวณตาดำได้ เรียกว่า “ต้อเนื้อ” โรคนี้แม้จะไม่หายขาด แต่ก็ไม่มีอันตรายร้ายแรงอะไร จึงเบาใจได้ต้อลมเป็นโรคที่พบได้บ่อยจนเกือบจะเรียกว่าเป็นโรคประจำตาของคนที่ค่อนข้างมีอายุ และแทบจะไม่พบโรคนี้เลยในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี

ต้อเนื้อ หรือ ต้อลิ้นหมา (Pterygium) คือ โรคตาที่เกิดจากเยื่อบุตาที่เกิดการเสื่อมและหนาตัวขึ้นงอกไปบนกระจกตา (ตาดำ) ซึ่งมักพบบริเวณหัวตามากกว่าหางตา และจะค่อย ๆ โตลุกลามอย่างช้า ๆ เข้าไปในตาดำ ถ้าเป็นมากจะลามเข้าไปจนถึงกลางตาดำและปิดรูม่านตา ซึ่งจะปิดบังการมองเห็นทำให้ตามัวได้ ต้อเนื้อเป็นโรคที่พบได้มากในประเทศเขตร้อนที่ค่อนข้างแห้งแล้ง กันดาร และมีฝุ่นลมจัด (ประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลายนั่นแหละค่ะ ส่วนประเทศที่มีอากาศหนาวจะไม่ค่อยพบคนเป็นโรคนี้) โรคนี้จึงเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากโรคหนึ่งในบ้านเราแทบทุกภาคของประเทศ แต่จะพบเป็นกันมากที่สุดในภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ฯลฯ เป็นต้น มักพบหรือเกิดกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และจะพบได้มากในผู้ที่มีอายุระหว่าง 30-55 ปี (ยังไม่ค่อยพบโรคนี้ในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี คือ พบได้เหมือนกันแต่น้อยมาก และยังไม่พบโรคนี้เลยในเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี) ส่วนอัตราการเกิดโรคนี้ในผู้หญิงและผู้ชายมีโอกาสเกิดได้พอ ๆ กัน